Tanapat さんのプロフィールBird Eyes Viewフォトブログリストその他 ツール ヘルプ

Punkijdee Tanapat

職業
好きなもの/好きなこと

今日の名言

読み込み中...

フィード

このモジュールでは RSS フィードが指定されていません。
リスト項目が追加されていません。
リスト項目が追加されていません。
リスト項目が追加されていません。

Bird Eyes View

มองอย่างนก

Windows Media Player

動画

 
7月7日

บันทึกช่วงชีวิต การฝึกงาน

เริ่มเสี้ยน
จากด้วยความที่ว่ากูเอง ก็ไฮเปอร์จัด ยอมรับตรงๆว่าเป็นโรคไฮเปอร์ตั้งแต่เด็กๆ
ง่ายๆว่ากูเป็นโรคสมาธิสั้นว่างั้นเหอะ เลยเป็นพวกไม่ชอบอยู่เฉยๆปล่อยเวลาผ่านๆๆๆแบบไร้สาระ
ก็เลยแบบ เรียนในระดับมหาัลัยมาก็แบบว่าลงซัมเมอร์แม่งตลอด
จนมาถึงปี 3เทอม2 ซึ่งต้องมองไปข้างหน้าแล้วว่าเฮ้ย กูเหลือวิชาห่าไรให้ลงมั่งวะ
และแล้วความชิบหายก็มาเยือน สาดดดดดดดดด
ไอ่เหี้ยวิชามันเปิดปี4 เทอม 2หมดเลยเหรอ??????????? ซวยกูแล้วไงล่ะ
แล้วกูจะทำไงดี จะรีเกรดวิชาที่ยังทำได้ไม่เต็มที่ ก็หมดสิทธิ์อีก
เพราะเค้าบังคับว่า วิชาที่มึงจะรีเกรดมรึงต้องได้ D วิชานั้นๆ
ซ๊าดดดดดดดดดด กูแม่งก็C Upเถ๊อะะ ไม่ใช่ว่าจะอวดว่าเก่ง
แต่กูเป็นคนที่ว่า เหรี้ย คะแนนมิดเทอมห่วยหรอ
สาดด กูสู้ตายกับไฟนอลโว้ยย กูไม่อยากดรอปว่ะเรียนให้แม่งผ่านๆไป
ค่าหน่วยกิต ไม่ได้ถูกๆ ทำให้ได้สุดความสามารถตัวเองก่อนดีกว่า(แล้วเป็นไงล่ะมรึง สาดดสมใจ)
แล้วไงดี ฝึกงานสิ อ่าวเหรี้ย มาถูกช่วงซะด้วย เศรษฐกิจขาลงงี้
สายงานกู บริษัทเอเจนซี่โฆษณา เค้าจะรับเร๊อะะะ ลำพังพนักงานประจำก็เสียวสันหลังวาบแล้ว
แล้วไงดีล่ะ ลำพังจะพึ่้งคอนแทคส่วนตัวกูก็ไม่อยากอีกแหละ เอาวะลองปรึกษาอาจารย์แล้วกัน

พรมลิขิต
topicน้ำเน่าสาด  แต่กูว่ามันก็เป็นจริงในบางเรื่องว่ะ
กูเองตอนลงทะเบียนเรียนปี3 เทอม2 ก็อารมณ์ตอนเลือกเซกชั่น
ก็ยังไงก็ได้ว่ะขอเรียนเจอเพื่อนๆ หน่อยเพราะยิ่งปีสูงขึ้นๆ โอกาสที่ได้เจอกันมันก็น้อย
แล้วก็ด้วย 2ปีกับอีก 1เทอมที่ผ่านมา ก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าเพื่อนคนไหนที่เวลาทำงานรึลำบาก
ไอ่หมอนี่แม่ง Support & Synchronize กับเราชิบหายเลยวะ
นั่นแหละเป็นเหตุที่อยากเรียนกับไอ่หมอนั่น
แต่ก็อ่ะนะ ก็ได้เรียนแหละ แต่ก็มีอยู่วิชานึงที่สื่อสารกันผิดเป้าไปนิดนึงนั่นคือวิชาAD404 Copy Writing
กูเสือกคลาดกันกับเพื่อน เพื่อนมันลงวันจันทร์กูลงไม่ทันดันไปลงเรียนวันเ้สาร์แทน
เช็คกับ เพื่อนๆแล้ว อ่าวเฮ้ยเหี้ย กูหลุดมาหน่อเดียวเหรอวะ
เอาไงล่ะทีนี้ สาดด ย้ายๆๆ ความคิดแรกที่แว่บมา แต่ไม่ได้ทำและเป็นโอกาสที่ดีแล้วที่ไม่ได้ทำ
เพราะว่าเช็คกันไปเช็คกันมาอ้าว เจอเพื่อนที่แม้ว่าจะไม่Sync กันเรื่องงาน
แต่ด้วยสานสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็โอเค มีเพื่อนเรียนว่างั้นเหอะ
ก็เลยไม่ย้ายเซ็กให้เสียเวลา และเสียตังค์ 60%จากที่ลงทะเบียนไป แล้ว 4500
ถ้าย้ายเซ็ก ก็เท่ากับว่าเสียฟรีไป2700บาท ได้คืนมาลงใหม่ 1800บาท ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง
ก็ได้มาเจอกับอาจารย์พิเศษ ท่านนึงมีนามกรว่า อ.ชาญ รุ่งเรืองเดชวัฒนา หรือป๋าเหมียวของกูนั่นเอง
วันแรกที่เจอเล่นเอามึน เข้าไม่ถึง เพราะเป็นอาจารย์พิเศษจริงๆ
ฝ่าประสบการณ์ทำงานในเอเจนซี่มาอย่างโชกโชน ใช้ประสบการณ์ในการสอน เพียวๆ
ทฤษฎีต่างๆที่เคยโดนยัดใส่หัวมากองเอาไว้ข้างหลัง มาเจอกันว่ากันด้วยประสบการณ์
เรียนกันไปทำงาน(การบ้าน)กันไป ก็ไม่คิดไีรใส่กันเต็มเหนี่ยว ทั้งเรื่องเสียวและเรื่องงาน
ทั้งๆที่แบว่าเฮ้ย!!! แล้วสุดท้ายแล้วเนื้อแท้ของแก่นวิชามันคือไรวะ???
คำถามนี้ถูกเฉลยในตอนท้าย ของภาคการศึกษา

เสียววาบ
ในภาคการศึกษา ของปี3เทอม 2 จะมีวิชานึงชื่อวิชาว่า
AD 305 Electronics Media Production For Ad.
ซึ่งวิชา นี้ง่ายๆว่าให้เซ็กชั่นที่มึงเรียนเปรียบเหมือน บ.โปรดักชั่นเฮาส์นึง
ที่คอยรับบรีฟจากลูกค้าซึ่งก็คือ อาจารย์ประจำนั่นเอง
ซึ่งในเซ็ก ก็จะมีอาจารย์ประจำจะสอนเล็กเชอร์
และในชั่วโมงแลปก็จะมีอาจารย์อีกท่านมาเป็นคนสอน
ซึ่งเซ็กชั่นกูโชคดีตรงได้อาจารย์พิเศษอีกแหละ มานั่งแท่นเป็น MD. ประจำกรุ๊ป
ในเซ็กก็จะแบ่งทีมกันเป็นทีมงานต่างๆ ซึ่งก็เหมือนโปรดักชั่นเฮาส์จริงๆเลย
ก็มี
Producer
Assistant Producer
Director
Assistant Director
Art Director
Location
Casting & Costume(เอาจริงๆ Costume ในวงการจะเรียกอีกอย่างว่า Wardrobe)
Camera Man
Assistant Camera Man
Post Production
ประมาณนี้แหละ ซึ่งเอาจริงๆแล้วทุกฝ่ายต่างช่วยกันหมด
ก็รับโจทย์จากลูกค้า ซึ่งคืออาจารย์ประจำ มานั่งคิดงานกันแล้วเสนอ M.D.(อ.แลป)
พอขายงานM.D. ผ่านปุ๊บ เราก็เริ่มกระบวนการผลิตงาน ซึ่งก็ว่ากันตามขั้นตอน ให้บอกหมดคง 3วันจบ
ทีนี้ พอปลายๆเทอมก็จะเอางานที่เราผลิตขึ้นมา มาพรีเซนต์ในห้องประชุมใหญ่
ให้กรรมการคอมเม้นท์ ซึ่งในปีกูนั้น วิทยากรที่มาคอมเม้นท์งานไม่ใช่ใครอื่นไกล
อ.เหมียว ชาญที่สอนกูนี่เอง และอีกท่านคือ พี่อู๋ วีรยุทธ ผู้เขียนหนังสือโปรดิวเซอร์แช่อิ่มนั่นเอง
แว่บแรกที่ใกล้ถึงคิวพรีเซนท์ กลุ่มเพื่อนๆกูก็เริ่มเข้าห้องประชุมรอคิวพรีเซนท์
แว่วเสียงแรกที่ได้ยิน ทำให้กูเอง ขนลุกวาบจับใจ เสียงนั้นใช่ใครอื่น
ฤ จะใช่เสียงใคร เล่า อ.เหมียว ชาญ กูกำลังคอมเม้นท์งานของกลุ่มก่อนหน้ากูนี่เอง
ถ้อยแถลง แห่งความเสียวสะท้านใจ มีใจความประมาณว่า
"เฮ้ยผมว่า หนังแม่งเยอะประเด็น เยอะมุข เยอะจุดที่จะสื่อสารกับConsumerไปนะมันเลยทำใ้ห้Key Message ที่จะบอกสุดท้ายแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ว่ะ" ย้อนกลับมาที่กูเอง
"เวลาคิดงาน เลือกประเด็นให้คม แล้วขบให้มันแตก ทำให้ไอเดียมันไปให้สุดในประเด็นที่จะเล่า"
เพราะอะไรเล่าหรือ ??
"ไอ่้พวกฝ่ายการตลาดมันชอบ มากเรื่องในประเด็นที่จะเล่าไง ตัวอย่างเช่น TVC 30S. ให้คุณใส่ประเด็นบลาๆๆๆๆล้านแปดถามว่าทำได้มั้ย"
ตอบ "ได้"  แต่ "ห่วย" คนดูไปแล้ว แม่ง งงว่าสุดท้ายแล้วมึงต้องการบอกกับกูว่าอย่างไร
แล้วอันนี้ กูใส่เหตุผลรองรับเลยนะ เมื่อคนดูงง วัตถุประสงค์ทางการตลาดก็ไม่บังเกิด
พูดให้เคลียร์ก็ ของมันขายไม่ได้แหละ พอวัตถุประสงค์ไม่บังเกิด โฆษณากระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้
นั่นก็คืองานมันไร้ประสิทธิภาพนั่นเอง

ได้ยินคำนี้แล้ว+Remindในสิ่งที่ป๋าแกเคยสอน วันนี้มันย้อนกลับมาอีกครั้ง น้ำตาแทบไหล
ไอ้เหี้ยนี่แหละสิ่งที่แกเคยพร่ำสอน สิ่งที่แกเคยพร่ำบอก
มาวันนี้นี่แหละแก่นแท้ข้างในสายเลือดของCreative จริงๆเวลาเค้าคิดงานกันจริงๆ
วันนั้นก็พรีเซนท์งานกันไป คอมเเม้นท์งานกันไป





 




5月23日

พริก!!!

Introduction
จริงๆ กูเองยังไม่อยากอัพทั้งบล๊อกที่แล้วและบล๊อกนี้ด้วย
เพราะกูเอง ยังอยากเก็บบล๊อกที่3 นับจากบล๊อกวันนี้ไว้ในส่วนลึกของใจ
ที่เปิดประตู โลกส่วนบุคคลบนสังคมไซเบอร์นี้ขึ้นมา แล้วต้องอมยิ้ม
แต่ก็เถอะ วันนี้เสือกตื่นเช้ามาก เลยได้ดูรายการ สรยุทธ ตอนเช้า
จนอดรนทนไม่ได้กับสภาพความทุเรศของบ้านเมือง
และที่ขาดไม่ได้อำนาจรัฐบาลเหี้ยๆ ระบอบทุนนิยม ควยๆ
ที่ส่งผลต่อ เสรีภาพในการรับข่าวสารของประชาชน
นั่นคือกูกำลังหมายถึง อำนาจทั้ง2 ที่ครอบงำสื่อมวลชน
ผู้เป็นผู้รายงานความเป็นไปของบ้านเมืองสู่สายตาประชาชนอยู่

ฺฺBuffalo's Power

ใช้คำๆนี้เลยนะ สืบเนื่องจากรายการสรยุทธนั่นแหละ
วันนี้เลยได้รับข่าวที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง น้ำมันขึ้นอีก 50สต./ลิตร
เยี่ยมกู้ด เบนซิน95 ทะยานไปแตะ 40บาท พระเจ้า!!
โซฮอล์ 91เพื่อนคู่ทุกคู่ยาก หอยทากคู่รถ ในยุควิบัติพลังงาน
กระหน่ำซ่ำเย่ไป 34.79บาท/ลิตร สะท้อนอะไร???
ดีใจว่ะ ได้เติมน้ำมันเพิ่ม อีกวันละ 20บาท!! 555+++
เหมือนไม่เยอะ แต่วันๆนึงไปมหาลัยกูเติมน้ำมัน 400บาท/วัน ครับทั่น!!!
20บาท ปกติ ในม.กูมันก็ไม่ค่อยจะมีความหมายอยู่แล้ว
ซื้อข้าวสักจานยังไม่ได้เลย ถึงจะได้ในบางร้าน แต่อย่าได้ถวิลหาความอิ่ม

ถามว่าทำไมกูไม่อยู่หอทรหดขับรถไป-กลับวันละร่วม 150ก.ม.
1. กูชอบอยู่บ้าน บ้านมีความเป็นส่วนตัวสูง
2. กูชอบขับรถ เพลินดี แม้จะหงุดหงิดกะไอ้พวกคนขับรถสมัยใหม่มากๆ
    ในเรื่องสันดานมารยาทในการขับขี่ อย่าให้ด่า เดี๋ยวยาว
3. กูไม่ชอบอยู่หอ จาก#1 เพราะหอก็คือหออยู่วันยังค่ำ วุ่นวาย
    และคนอย่างกูไม่ชอบความเป็นSocial Community ขนาดนั้น
4. สุดท้ายคำนวนค่าหอเฉพาะค่าหอเพียวๆ ถูกสุดในซอยข้าง ม.ก็เดือนละ 3,600ได้มั้ง
    สภาพห้องก็ตามความถูก แล้วไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแดก สารพัดสารเพ
    เอาเป็นว่ารวมๆ /เดือน กูเอาตังค์มาเติมน้ำมันดีกว่า สบายใจ

แล้วไงต่อ ในเรื่องราคาน้ำมัน???
ลองอ่าข่าวจากนี่ดูแล้วลองเชื่อมโยงเรื่องที่จะพิมพ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
แล้วสันดานธาตุแท้ มันจะโผล่ ข่าวนี้ช่วงเมษาได้
กูอ่านและลองวิเคราะห์เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นจนข่าวนี้ออก
และถึงปัจจุบันนี้ดูจึงว่า อืมจริงดังว่า

นายสมภพ  ธนะธีรพงศ์ นายกสมาคมผู้ค้าน้ำมัน กล่าวว่า
ราคาน้ำมันปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ค่าเงินของสหรัฐฯที่อ่อนค่าลง
เพราะผู้ค้าน้ำมันทั่วโลกสำรองเป็นเงินของสหรัฐฯทั้งสิ้น
เมื่อเงินในคลังด้อยค่าก็มาขึ้นเอากับราคาน้ำมัน
เพื่อแก้ไขปัญหาค่าเงินที่ตกต่ำ นี่คือปัจจัย
และปริมาณความต้องการน้ำมันในประเทศจีน และประเทศอินเดีย
กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ทำให้การบริโภคน้ำมันของโลกเพิ่มขึ้นอย่างก้าว กระโดดเช่นเดียวกัน
ราคาน้ำมันจึงพุ่งไม่หยุด


“ตราบใดที่เรายังอิงราคาน้ำมันในสิงคโปร์ ราคาน้ำมันในประเทศไทยก็จะสูง
เมื่อใดก็ตามที่รัฐบาลสนใจดูแลไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคาเอง
ผมคิดว่า ราคาน้ำมันจะลงมาในระดับที่ประชาชนน่าพอใจ
เช่นอยู่ที่ลิตรละไม่เกิน 30 บาท” นายกสมาคมผู้ค้าน้ำมัน กล่าว
และว่า ประเทศไทยสามารถจะพบแหล่งน้ำมัน 2 แสนบาร์เรลต่อวัน
เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความต้องการในประเทศของเรา
ถ้านำตรงนี้ออกมาใช้ บวกกับเลิกอ้างอิงราคาที่สิงคโปร์
น้ำมันจะลดลงลิตรละเกือบ 10 บาท"

นายสมภพ กล่าวด้วยว่า ราคาเบนซิน 95 ในสิงคโปร์ลิตรละ 36 บาท
ขายมา 10 กว่าปี วิสัยพ่อค้าน้ำมัน สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก
ไม่ต้องการให้ประชาชนบริโภคน้ำมัน ก็กดราคาน้ำมันไว้ที่ 36 บาท
ไม่ให้ประชาชนใช้ เลยกำหนดราคาไว้สูง ๆ ไม่ส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมัน
ซึ่งผิดกับประเทศไทยรถในประเทศไทยมากกว่าสิงคโปร์หลายสิบเท่า


ราคาตลาดโลกมันทะยาน กูน่ะรู้ แต่แล้วไง เวลามันจะขึ้นราคาที
มันอ้างสารพัดค่า ที่บรรดาสารพันบรดาบริษัทค้าน้ำมันฉันนึกออก
โดยเฉพาะไอ้คำที่มันชอบเอื้อนเอ่ยมาเป็นข้ออ้าง
ไม่เคยแถลงไขอย่างตรงไตรงมา ฟาดฟันแต่กำไรกันอิ่มหนำ
ขนาดพ่อหลวง เตือนว่าขายให้คนไทยด้วยกันอย่าเอากำไรกันมาก
เสือกไม่นำพาเข้ากะโหลก กะบาล โดยเฉพาะ ปตท. นี่ล่ะตัวดีเลย
ค่าต่างๆที่มันใช้ในการหาความชอบธรรมในการขึ้นราคาก็คือ
"ค่าการตลาดติดลบ"ถ้าศึกษาเชิงลึกแล้วไอ้ค่าเวรนี่สรุปสั้นๆได้ว่า
มันคือข้ออ้างที่จะขายน้ำมันในราคาตลาดโลก ซึ่งแน่นอน
มันอิงตลาดสิงคโปร์โตก แต่น้ำมันดิบที่เราซื้อน่ะเราซื้อที่ดูไบแต่กลั่นบ้านเรา
มึงไปกลั่นที่สิงค์โปโตกตั้งกะเมื่อไหร่มิทราบ ถึงต้องอิงราคาน้ำมันที่นั่น
มันถูกแล้วหรือ?? มันสื่อถึงอะไร ท้าวความเลยถึงต้นตอ
ก็ตั้งแต่สมัยไอ้ทรราชประธานสโมสรแมนซิตี้ นั่นแหละ
สมัยมันเป็นนายก มันคุยฟุ้งว่าจะให้ไทยเป็น HUB TRADDING
ในด้านน้ำมัน ของเอเชีย ก็เลยหาเรื่องแปรรูป ปตท.
แล้วดันลิ่วล้อและตัวเองเข้าไปถือหุ้นซะ
จะได้เป็น Full Sevice Management Petroleum ซะเลย

ข้ออ้างที่มันยกมาพอสรุปได้ก็คือ

  • ให้ปตท.มีประสิทธิภาพในด้านการแข่งขัน
  • ให้ปตท.มีอำนาจต่อรองและกำหนดราคาน้ำมันในประเทศเพื่อไม่ให้บริษัทข้ามชาติมากำหนดราคาน้ำมันในบ้านเรา
ฟังดูดีเนอะ แต่หารู้ไม่ แม่งหมดเม็ด ตั้งแต่ประกาศขายหุ้นแล้ว
อันนี้จากประสบการ์ตรง จากคนรู้จักกูเองเลย ว่าไอ้พวกเวรตะไลไหน
แม่งโกยซื้อหุ้นไปหมดตั้งแต่ก่อนเปิดขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปวะ
คิดเอา ว่าเขาหอบเงิน ไปรอแบงค์เปิดเพื่อซื้อหุ้น
แต่กลับกลายเป็น แม่งปิดการขายไปตั้งแต่แบงค์เ้ปิดมันเป็นไปได้เหรอ?
หากไม่ใช่ไอ้พวกนักการเมืองลิ่วล้อไอ้เหี้ยเหลี่ยมแม่งหมกเม็ดกัน!!!
ที่มีไอ้พวกงมงายไม่รู้จักคิดต่อ เห่าหอนตั้งแต่ตอนแปรรูปว่า
ดีสิ เหอะๆ ดีหม ดมไข่บิดาคุณหรือครับ?! หลักการน่ะมันดี
แต่นักการเมืองมันเหี้ยโดยสันดานครับ  หลายคนว่า
อ้าว ก็กระทรวงการคลังและกองทุนวายุภักษ์ ตะบักตะบวย
ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ถือหุ้นใหญ่อยู่หนิ มันก็ดีไม่ใช่เหรอ
พวกมึงทั้งหลายครับ ไอ้หน่วยงานภายใต้อำนาจรัฐเหล่านี้เนี่ย
ใครเป็นหัวเรือใหญ่ของพวกมันตัวจริงครับ??!!! มิใช่นักการเมืองหรือ?

ว่ากันต่อ แปรรูปแล้วได้อะไร??
  • การแปรรูปเป็นบริษัทแล้วแน่นอนมันเข้าสู่วงการการทำธุรกิจเต็มตัวแน่นอนมันเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นบริษัทมหาชนหลักพื้นฐานในการทำธุรกิจมันคือ Minimize Cost & Maximize Profitแก่ผู้ถือหุ้นซึ่งพูดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันเป็นใคร ส่วนภาษาประกิตกล้วยๆแปลเอาเอง
  • เห็นได้ว่าพื้นฐานมันก็เหี้ยแล้วมาว่ากันต่อ จริงของมันครับมีประสิทธิภาพในด้านการกำหนดราคาจริงๆด้วยแต่ลืมพื้นฐานการดำเนินธุรกิจไปหรือเปล่า? ว่าพื้นฐานมันคืออะไร?  แล้วไงเหรอ ก็ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้ถือหุ้นไงกระบือทั้งหลายบางคนที่หลงมัวเมาและชื่นชมนโยบายไอ้เหี้ยเหลี่ยมรวมถึงประชาชนตาดำๆ ล้วนแล้วแต่ตายห่าตกตามกัน!! ไอ้ที่รวยก็ช่างแม่งมันไม่สะทือนอยู่แล้ว ไอ้ส่วนใหญ่ของประเทศมันไม่ได้รวยหนิซวยชิบ!!
กลับมาในประเด็นครอบงำสื่อของ รัฐบาลและ ปตท.
สังเกตดูได้จากรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง3
ช่วงพักโฆษณา
จะเห็นเลยว่า ปตท.กระหน่ำCSR AD ตลอดเลย
อยากจะกัดฟันหัวเราะทั้งน้ำตา นี่หรือโฆษณาแนว
"สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร"(CSR Advertising) มันไม่ใช่เลย
ความจริงที่เกิดขึ้นคือ รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น พวกคุณตาย!!!
น่าจะเปลี่ยนคำจำกัดความจาก
CSR = Corporate Social Responsibility
เป็น CSR = Corporate Stakeholder Responsibility มากกว่า
เท่านั้นยังไม่พอ หากสังเกตการรายงานข่าวหากเกี่ยวกับพลังงาน
จะเห็นชัดเจนเลยว่า ปตท.มันเอาเงินปิดปากสรยุทธ์และพิธีกรในรายการ
สังเกตได้จากสรยุทธ์และผู้ดำเนินราการ มันจะ
พูดถึง NGV ,แก๊สโซฮอล์ อยู่บ่อยๆ เนียนซะ!
แก๊สโซฮอล์ไม่เื่ท่าไหร่ ทุกวันนี้หลายๆคนกัดฟันใช้อยู่แล้ว
แต่ NGV เนี่ยะสนับสนุนกันจริ๊ง โทษทีว่ะ
ปั๊มที่มีน่ะพอรึยังวะ ระบบการขนส่งน่ะ Work รึยังวะ
"เข้าตำราถึงมีปั๊ม ก็ไม่มีแก๊สให้เติม
ถึงมีแก๊สก็กว่าจะ ได้เติม"
อำนาจและเงิน มันเข้าใครออกใครซะที่ไหน
ที่จริงมันก็ทุกสื่อน่ะแหละแต่ยกตัวอย่างมาให้สังเกตเล่นๆ
เพราะมันค่อนข้างเห็นภาพได้ง่ายกว่า ชัดเจนกว่า
นี่ยังไม่พูดถึง ความรวยและอำนาจ อาจหาญ
ไปซื้อ เจ็ท และ เชลล์ มาไว้ในคตรอบครองซะด้วย
ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่แน่น ขอศึกษาสักระยะ แต่ซื้อน่ะชัวร์
แต่ที่แน่ๆเวลาเชลล์ขึ้นราคาน้ำมัน มันขึ้นยังกับเสียพนันบอล
ชาวบ้านขึ้น 50สต. กูขอถอนไปใช้หนี้หน่อยล่อไป 80สต.
เลือกกันเข้าไปสิ พรรคพลังประชาควายน่ะ
พ่อนักประชาธิปไตยในตำราทั้งหลาย
รัฐบาลหมักหมม ปากท้องประชาชนไม่สนใจ
หาเรื่องแก้ รธน. ไวๆ ช่วยสหายรักอาชญากรการเมือง
111ตน ทรราชแห่งสยาม ยุคปัจจุบัน!!!

กระบี่ปลายฟิล์ม
ฉากนึงในหนังThe Fast 3 มีฉากนึง ที่ฮานพูดกับฌอน
บนตึกในเมืองTokyo
"ตังค์หาเมื่อไหร่ก็หาได้ แต่คนข้างตัวที่เหมาะน่ะหายาก
คนที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ รู้จักตัวตนของเรา
รถคันนึงแลกกับการได้เห็นธาตุแท้ของคน เป็นราคาที่รับได้"
ฌอนแม่งทำหน้า งงๆ ฮานเลยพูดต่อ
"ดูผู้คนข้างล่างสิ ไหลตามสังคมไปเรื่อย ไม่กล้าคิดจะแหกกรอบ"
ฌอน แม่งยิ่ง งงหนักไปอีก ถามต่อว่า
"ถ้าแหกกรอบแล้วจะเป็นยังไง? "
ฮานเลยแถลงไขว่า
"คิดน่ะง่าย แค่ฟันธงแล้วอย่าหันหลังกลับไปมอง"

นัยแม่งคมมาก มันสื่อถึงสิ่งที่มนุษย์ต้องมีและต้องเป็น
คนเราต้องยืนยันชัดเจนในจุดยืนของตน ไม่ใช่ตามกระแสแวดล้อมไปเรื่อย
แนวคิด ปรัชญา วิถีต่างๆ ของตนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างั้นไม่ต้องไปสนใจ
เพราะมันคือตัวตนที่แท้จริงของตนเอง!!

5月18日

ออสโมซิส

อนาถใจ
"ผลการสำรวจพบว่า สื่อมวลชนควรมีการตรวจสอบตนเอง ก่อนนำเสนอข่าวต่อประชาชน"
แว่บได้ยินคำพูดนี้จากข่าวช่วงเย็นของ NBT 11
ฟังดูแล้วสะืท้อนใจพิลึก ว่าสื่อมวลชนไทยแม่งน่าอนาถ
ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ 2สิ่งนี้ พวกมันไม่เคยสำเหนียก สำนึก
ถึงจิตวิญญาณในวิชาชีพ"สื่อมวลชน" กันบ้างรึไง
หรือดีแต่ สนองนโยบาย รัฐบาล ผู้บริหารองค์กร??
  • Bias >> Sterotype
  • Social Responsibility
แต่อย่างว่าผลประโยชน์ อำนาจมันมากมายนัก
ขนาด พรบ.วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
ยังใช้ฉบับบ โบราณกาล พรบ. ปี2498 อยู่เลย
แม้ รธน.ทั้ง 40 และ 50 จะบัญญัติไว้ ว่าให้มีองค์กรอิสระมาดูแลสื่อ
แล้วยังไง ด้วยอำนาจของสื่อ และ ความละโมบโลภมากของคน
สุดท้ายก็ที่เห็นและเป็นอยู่ เหอะๆ ขี้เกียจพิมพ์ไว้มาเล่าต่อ
เรื่องมันยาวจัด ขี้เกียจนั่งเรียง Sequence

ถ้ากูทำได้กูอยากจะเปิดเพลงๆนี้กรอกหูไอ้ บรรดานักสื่อมวลชนเหี้ยๆทั้งหลายนัก
เผื่อมันจะเข้าถึง กมลสันดาน และ จรรยาบรรณในวิชาชีพบ้าง


4月27日

By Your Eyes Touch Your Feel


ชื่อเพลง : รักเธอคนเดียว

คำร้อง : ยืนยง โอภากุล

ทำนอง : ยืนยง โอภากุล-ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ-ธนากร ธูปแก่ง

ขับร้อง : เทียรี่   เมฆวัฒนา

เติมแต่ง : กู
 
   อยากฝากเก็บ    คำว่ารัก
ไว้ข้างในความคิดคำนึง
สุกอิ่มเอิบ     อันหวานซึ้ง
จึงเก็บออมถนอมไว้ตลอดกาล
   อยากฝากเก็บ     ใจดวงนี้
ไว้ในที่เสียงเพลงขับขาน
ขับกล่อมจิตและวิญญาณ.....เศร้า
 มั่นคง   ในรักนิรันดร
   * มีแต่เพียงรักแท้เท่านั้น  
 ใครพบพานจึงหยั่งรู้ว่ายิ่งใหญ่
มอบแด่ความ...รักนี้หมดหัวใจ
จนไม่มี..ให้ใครทั้งนั้น...
**อยากฝากบอก    เธอให้รู้ 
รักเคียงคู่เราอวสาน
แม้วันนี้    ไม่เหมือนวันวาน
ฉันก็ยัง   รักเธอคนเดียว
                             (ซ้ำ *, **)

ฉันก็ยัง   รักเธอคนเดียว
ฉันก็ยัง   รักเธอ...คนเดียว

e


กับแกล้ม

ว่าจะไม่เขียนก็เอาซะหน่อยน่า

หลายๆอย่าง เปลี่ยนแปลง

การเริ่มต้นใหม่ เหนื่อย ไร้ขอบเขต ทิศทาง

ก้าวข้ามไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

ไม่มีอะไรจะเสีย

มีวันนี้ที่ทำอยู่ และพรุ่งนี้ ที่ต้องทำ

รูปธรรมมูลค่าหรือล้วนเพียงตีตรา

นามธรรมมูลค่าเล่าเหลือคณานับ

ทุกอย่างมีความหมายในหมายความ

ใครเล่าจักมองเห็น เป็นความหมายให้ค้นหา


P4

28/04/07 Edited

เมื่อคืน ราวตี2 เลือกเพลงบางเพลงมาฟัง

ฟังพลาง เกิดรอยยิ้มเล็กๆ ทุกครั้งไป

คิดอะไรได้เล็กๆ ในจิตใจ ในส่วนลึก

บันทึกเพิ่มสักนิดคงไม่แปลก กลัวลืม!i


ชื่อเพลง : หัวใจบ้าบิ่น
อัลบั้ม : 25ปีมนต์เพลงคาราบาว
ศิลปิน : ศักดา  พัทธสีมา
ประเภท : อัลบั้มพิเศษ
คำร้อง : ยืนยง โอภากุล
ทำนอง : เทียรี่ เมฆวัฒนา

   ใจดวงนี้มันบอบมันช้ำ
ถูกจองจำที่เธอ
ในความเหงาที่เจอที่เจอ
มันรุมสุมทรมาน
   แต่ละคืนในแต่ละวัน
เฝ้าฝันเพ้อเปล่าเปลี่ยว
มีบ้างไหมแค่เพียงนิดเดียว
เศษเสี้ยวแห่งความเห็นใจ

* เพียงความหวังลมๆ แล้งๆ
ก็ยังทำแกล้งว่ามีชัย
ใช่ว่าฉันไม่มีที่ไป
จะไปเมื่อถึงเวลา
หากเขาถามหมอนั่นเป็นใคร
บอกไปบุคคลที่สาม
แต่มีรักสวยสดงดงาม
จดจำความฝันนิรันดร

** ไม่อยากให้ใครสมน้ำหน้า
ว่าเป็นคนไม่มีน้ำยา
ไม่อยากให้ใครเขาดูถูก
เยี่ยงสุนัขแหงนมองเครื่องบิน
สิ่งที่ฉันควรจะบอก
ว่าไอ้คนหัวใจบ้าบิ่น
อยากให้เธอเพียงได้ยิน ฉันรักเธอ
(ซ้ำ *, **)

ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ

อยากเธอผู้นั้นได้รับรู้จริงๆ....



ชื่อเพลง   : ไม่ยืนยง    
อัลบั้ม     : โอท็อป
ศิลปิน     : ยืนยง โอภากุล
คำร้อง     : ยืนยง โอภากุล
ทำนอง     : ยืนยง โอภากุล

   รถส่งเมล์กรมไปรษณีย์ แล่นโยกโยนฉันสู่กรุง
ทิ้งกลิ่นไอสายน้ำและท้องทุ่ง มุ่งสู่ฝัน อันสดใส
หวังแลกมาด้วยแรงกาย มันสมองและสองมือ
สมองและสองมือ

   แม้เหน็บหนาวปวดร้าวขื่นขม ยิ่งโต้ลมสู่ฝั่งฝัน
มือฉันมีกีตาร์ร่วมบากบั่น กลั่นบทเพลงจากน้ำตา
เพลงรักเขียนด้วยปากกา แต่เพลงเราเขียนด้วยชีวิต
บทเพลงเพื่อชีวิต

   ฟ้ายังเปิดกว้างฝนคอยพรมพร่างดินให้ยืนต้นโบกกิ่งใบในสายลม
เรื่องของคนเล็กๆ เกิดมีคนนิยม ดุจแมลงดอมดมกลีบเกสรอันเบิกบาน

   รถส่งเมล์กรมไปรษณีย์ แล่นเอื่อยเนือยเฉื่อยเชื่องช้า
รถค้นเก่าคนขับเริ่มชรา ตาหูมัวร่างคล้อยต่ำ นี่แหละสัจธรรม
ตำนานความว่ายืนยง ยืนยงยังไม่ยืนยง ยืนยงยังไม่ยืนยง
โอ้...โอ้ว...ยืนยงยังไม่ยืนยง ไม่ยืนยง

ล้วนแล้วไม่จีรัง ดังคำกล่าว



4月23日

Tautology


"ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน"
ธรรมชาติคือแก่น คือความจริงที่เป็นนิรันดร์ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
หลากสรรเติมแต่งสร้าง สุดแล้วล้วนดั่ง"เปลือก"ลวงตา
สิ่งใดฝืนขัดต่อธรรมชาติสรรสร้าง Impactมันย่อมแรง
การไม่ยอมรับธรรมชาติ คือการที่ไม่มีวันจะพบความจริงอันเป็นสัจนิรันดร์


ศิลปิน: เทียรี่  เมฆวัฒนา
เพลง: ฝันอยู่ไม่ไกล
 

   เกิดเป็นคนทุกคนต้องสู้   ถ้ายังอยู่ยังคงหายใจ

จะมามัวสิ้นหวังทำไม        ชีวิตใหม่นั้นยังรออยู่

 

   ด้วยแรงกายด้วยแรงกำลัง   ด้วยพลังก่อเกิดจากใจ

หากวันใดเรี่ยวแรงสิ้นไป        ขอหัวใจจงแข็งแกร่ง

 

* แม้จุดหมายจะอยู่ตรงไหน   จงให้ใจไปอยู่ตรงนั้น

แม้จุดหมายจะไกลเพียงไหน   จงก้าวไปให้ถึงเส้นชัย.....

ฝันอยู่ไม่ไกล ขอจงมั่นใจ       ฝันนั้นเป็นจริงได้ ขอจงมั่นใจ

 

   เกิดเป็นคนทุกคนต้องฝัน   จงฝ่าฟันให้ได้อย่างนั้น

ให้ชีวิตนั้นเป็นเดิมพัน          คงสักวันฝันนั้นเป็นจริง 


ศิลปิน: เทียรี่  เมฆวัฒนา
เพลง: ฝันที่ไม่จริง

   แล้วแต่บุญแล้วแต่กรรม   แล้วแต่ทำไว้อย่างไร
แล้วแต่คนแล้วแต่ใคร        ฝันต่อไป แม้ไม่จริง
                                           
   ทุกชีวิตทุกจิตใจ          เป็นอย่างนี้ไม่เปลี่ยนไป
เพราะสิ่งหวังนั้นห่างไกล    ฝันต่อไป....แม้ไม่จริง
                                        
* ตามฝันนั้นไปแต่ไม่เคยเป็นจริง   สิ่งที่ต้องการสุดจะคว้า
สุดท้ายหนทาง ที่จะหาได้มา        ก็คือนิทราหลับตาฝันไป
                  
   ทุกชีวิตที่เกิดมา      เหมือนไขว่าคว้าหาจุดหมาย
แม้สิ่งหวังนั้นห่างไกล   ฝันต่อไปแม้ไม่จริง


อยู่ที่ใครจะยอมรับมัน!!!

 
free hit counters
全 46 枚中 1 枚目